วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Last Entry from Saijo, Hiroshima --A Year in Japan

วันที่ 24 กันยา

จากบ้านมาญี่ปุ่น
อากาศร้อนเหมือนไทยจนน่าตกใจ ปรับตัวกับอะไรหลายๆอย่าง เจอคนใหม่ๆ
........................................................

หอที่อยู่

ห้องนอนที่เหมือนห้องพยาบาล

ยูเมะทาวน์ ที่เราเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์


เข้าเมืองฮิโรครั้งแรก

เจอซาดาโกะและลองโอโคโนมิยากิแบบฮิโรชิมาครั้งแรก

สาเกมัตสึริในเมืองไซโจ

ที่เราหมดเวลาไปกับการกินไอติม




งานเทศกาลปูที่บ้านเกิดอาจารย์สีเน (ที่ไม่มีปู)




โฮมสเตย์ที่คุจิวะโจ

ทำให้รู้ว่าเรารักไซโจมากแค่ไหน





สามวันสองคืนที่โตเกียว





ไปเก็บส้มมมมม

เที่ยวเกียวโตหน้าหนาว



ไปสนุกที่ยูเอสเจ





ข้ามปีแบบหนาวๆแต่ขลังที่มิยาจิมา



งานกินเลี้ยงไทยญี่ปุ่น ที่รำเป็นครั้งแรกในชีวิต







ทิวลิปนับแสนที่เฮาส์ เทน บอช

ย่างเข้าใบไม้ผลิ ดอกบ๊วยก็บานเที่ยวโกเบตอนฝนตก
ฮิเมจิ ปราสาทที่อลังการที่สุด


และดอกไม้ที่รอมาตลอดทั้งปี

ซากุระ

และชมดอกซากุระกับเพื่อนๆ

สะพานอิวาคุนิ


ทัมโปโปะ


โอซาก้า และวิวสวยๆที่ตึกอุเมะดะ





ฉลองวันเกิดที่เต็มไปด้วยเพลง Happy Birthday หลายภาษาได้เล่นกับเด็กๆ

และได้เจอกับทุกๆคน



ได้สนุกด้วยกัน











ตอนนี้แนนเก็บของเสร็จแล้ว
เตรียมกลับบ้านแล้วค่ะ
มองรอบตัวที่เคยมีแต่ของที่สะสมมาตลอดปี ทีวี ชั้นวางของ หมอนสี่ห้าใบ ของโน้นนี่
ตอนนี้กลับเป็นห้องว่างเปล่า เหมือนตอนเพิ่งมาครั้งแรก

วันแรกที่แนนมาอยู่ที่นี่ มีแต่โต๊ะ กับเตียงและกระเป๋าเดินทางสองใบ
อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี ข้าวก็ไม่มีน้ำจะกินก็ไม่มี
แต่ตอนนี้มีทุกอย่าง มันสบายเหมือนอยู่บ้านแล้วแหละ
ปีนึงผ่านไปเร็วเกินไปไหมนะ

ยังจำวันที่สนามบินสุวรรณภูมิ แปลกที่ไม่ร้องไห้อย่างที่คิด
กอดมะม้าก่อนแล้วก็หันหลังลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปช่องตรวจ
ระหว่างต่อแถวก็หันหลังกลับมาเห็นแผ่นพลาสติกกั้นใสๆ
เห็นเงาบ้านเรากำลังจะเดินผ่านไป มากันเยอะแยะมาก
น้ำตาจะไหล แต่ก็กลั้นเอาไว้
เดินข่มใจกลั้นน้ำตาไปจนถึงเกท
ขึ้นเครื่องบิน นอนไม่หลับตลอดทั้งไฟล์ทจนถึงฮิโรชิมา

ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงอาทิตย์ที่นี่ ที่ญี่ปุ่น
Crappy Saijo บล็อกที่มีแต่บ่นเรื่องความบ้านนอกของญี่ปุ่น
แต่นะ แนนก็มีความสุขทุกๆวัน
ท้องฟ้าสีฟ้า ทุ่งนาสีเขียว ปั่นจักรยานไปไหนต่อไหน

ตอนแรกคิดว่าดีใจ ใกล้แล้ว ดีใจที่ได้กลับบ้าน
แต่ความดีใจก็มีความเศร้าปนอยู่ที่จะต้องจากเพื่อนไป
คนหลายๆคนที่มาจากคนละมุมโลก มาเจอกันและเป็นเพื่อนกันที่นี่
เรียกว่าปาฏิหาริย์ได้ไหมล่ะ

มันยากที่จะจากลา เพราะว่ากาลเวลา ทำให้คนๆนึงที่เคยเป็นคนแปลกหน้า
กลับมาผูกพันกันได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่บางทีเราไม่มีอะไรเหมือนกันเลยซักอย่าง
อยู่กันคนละประเทศ บางคนอยู่ห่างไปอีกซีกโลก
จะได้เจอกันอีกไหมนะ....







วันนี้บอกลาเพื่อนไปสองคน เถียนและซองฮวาน
ก่อนหน้านี่ก็บอกลาไปหลายคน ต่างคนต่างร้องไห้
กอดกัน และสัญญาว่าซักวันเราจะได้เจอกันอีก


วันแรกที่จากบ้านมา
แนนจากมาเพียงตัวคนเดียว ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
สมองเต็มไปด้วยความกังวล กังวลว่าจะอยู่ได้ไหม กังวลว่าจะมีเพื่อนไหม กังวลไปสารพัด

แต่ตอนนี้แนนกำลังจะจากญี่ปุ่น กลับบ้าน
แต่รู้ว่าเบื้อหลังที่แนนจากมา มีแต่ความทรงจำดีๆ
หนึ่งปีที่ผ่านมา ได้เจอแต่คนดีๆ เพื่อนดีๆ พี่ดีๆ ประสบการณ์ดีๆ

ในอนาคตเมื่อหันหลังกลับมามอหนึ่งปีในญี่ปุ่นนี้ คงเห็นแต่ความสุข ความอิ่มใจ
มิตรภาพที่ได้รับจากทุกคน ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีก

วันนี้แนนก็จากไปด้วยกระเป๋าสองใบ เหมือนครั้งที่มา
กระเป๋าเต็มไปด้วยของ
แต่ในหัวใจแนนเต็มไปด้วยมิตรภาพ ความรัก ความทรงจำดีๆที่ได้รับจากทุกคนค่ะ

ขอบคุณจุฬาลงกรณ์ ที่ให้เด็กคนนึงที่ไม่ได้มีอะไรดีเด่น ได้มารับประสบการณ์ดีๆอย่างนี้
ขอบคุณมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ทสึเนมัตสึเซนเซย์ ฮอตตะเซนเซย์ ที่จัดโปรแกรมฮูซ่าค่ะ
ขอบคุณอาคากิซัง ที่คอยช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาเอกสารญี่ปุ่น
ขอบคุณป๊า ม้าที่สนับสนุนหนูเสมอ
ขอบคุณกุ๊กกุ ที่ส่งเสื้อผ้าและอาหาร มาให้น้องไม่อดอยากในญี่ปุ่น
ขอบคุณพี่ๆในไซโจ โดยเฉพาะพี่จ่อย และพี่แหม่ม ที่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำแนนตลอดทั้งปีค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตที่ญี่ปุ่นด้วยกัน
และขอบคุณสวรรค์ที่ขีดชะตาให้เรามาเจอกัน

Dear HUSA friends,
Saijo would be nothing without you guys.
I am sure I will miss you and our times we’ve had togeather hereJ
Thank you that you came to Hirodai.
Thank you that we had a wonderful year together.
I hope with all of my heart that we will meet again someday.
(For those who live in South East Asia, use Air Asia ne XD ) Mata
Love,

แนนอาจจะทิ้งหน้าเอนทรีย์นี้ไว้ซักอาทิตย์นึงนะคะ ไปโตเกียว
กลับไทยแล้วเจอกันค่ะ



Greeeen- Kiseki translation
I’ll love you more tomorrow than today

These overflowing emotions won’t stop

Right now I love you so muchI can’t even put it into words


The days you’ve given me accumulate

The days that have passed, the paths we walked together

Whether our meeting was coincidence

Or fate, just the fact that we metIs a miracle


We walk close togetherMaking our eternal love tangible

I want to always be smiling by your side“Thank you” and, ah, “I love you”

Just aren’t enough, just at least let me sayI’m happy


Just having your right handWrapped up

In my left handMade me feel your love


We found the little happinesses in each day

In the slow path we walked

Our meeting is just one small thing

In a big world, but just the fact that we metIs a miracle


Even on days when nothing goes well

Just being together cheers me upAnd I can forget the bravado and loneliness

When I’m with you, lala, I can be myselfJust stay with me forever My beloved


When we fooled around on the way home

That was one of our precious days, too

And when I finally got up the courage to tell you how I felt

The expression on your face was one I’d never seen before

There was a pause, and then you nodded

Our hearts are filled with loveWe’re still on our journey

Towards the future that will hopefully continueFor dozens of years


Even if we lose sightOf tomorrow


We walk close together

Making our eternal love tangibleI want to always be smiling by your side“Thank you” and, ah, “I love you”

Just aren’t enough, just at least let me sayI’m happy


Even on days when nothing goes well

Just being together cheers me up

And I can forget the bravado and loneliness

When I’m with you, lala, I can be myselfJust stay with me foreverMy beloved


Until the last second


I’ll be smiling more tomorrow than today

Just being with you makes me feel that way

Ten years, a hundred years, a thousand yearsLet’s spend the time togetherI love you


credit:http://makikawaii.wordpress.com/2008/07/31/greeeen-lyrics-kiseki-translation/


6 ความคิดเห็น:

  1. นราผู้แสนเศร้า8 สิงหาคม 2552, 21:05

    แหม วันนี้มาแบบซาบซึ้ง
    ขอเดาว่าเขียนเอนทรี่นี้ไป ร้องไห้กระซิกๆไปด้วยละซิท่า
    โอ๋ๆ แต่ช้าแต่ แม่หน้ากลมคนดี
    อ่านบล็อกแนนแล้วก็เข้าใจนะ ซาบซึ้งไปด้วย
    นราดูแลเด็กเม็กฯแค่สี่สัปดาห์ พอเขากลับกันไปก็เศร้าๆเหมือนกัน
    แนนอยู่ตั้งปี ผูกพัน มีความทรงจำสนุกสนานมากมาย
    จะเศร้าก็เป็นเรื่องธรรมดา

    อ่านถึงตอนที่แนนบอกว่าไม่ร้องไห้ตอนไปขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ
    เก่งจัง ทำได้ไงอ่ะ
    นราอ่านแล้วก็เศร้า คิดถึงชะตากรรมตัวเอง
    แนนเศร้าเพราะจะกลับ นราเศร้าเพราะจะไป พับผ่า โลกนี้แม่มโคตรไม่ยุติธรรม
    ตั้งใจว่าวันที่นราต้องไป ไม่ต้องแต่งหน้าแหงๆ เพราะร้องไห้เป็นอีบ้าแน่นอน เฮ้อ เศร้าจังค่ะแนน
    นี่แค่ยังไม่ไปก็ร้องไห้วันเว้นวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์แล้ว

    ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะแนน ส่งข่าวคราวให้เพื่อนๆรู้ด้วยละ เป็นห่วงนะ

    ตอบลบ
  2. มุกกุโทรมมากจนตาดำ8 สิงหาคม 2552, 22:07

    เห็นด้วยกับนราคะที่ว่าโลกนี่แม่มไม่ยุติธรรม ไอ้คนอยากไปก็ดันไม่ได้ไป ทีคนไม่อยากไปจะไปแล้วนี่สิ (เอริ่มมม เรายังไม่ได้นัดกันเลย)

    ................

    อ่านข้อความแนน บวกกับดูรูปด้วยแล้ว มุกกุแอบซึ้งมากคะ มิตรภาพต่างแดนนี่ซาบซึ้งเกินที่จะบรรยายไหวนะคะ

    หนูแนนโชคดีที่ได้เจอเพื่อนดีๆ ได้ทำงานที่ดีๆกับคนดีๆ
    ถึงจะหนวกหูแมลงไปบ้าง แต่มันก็มีอะไรดีๆเย๊อออ

    มุกเองก็ดีใจที่ได้อ่านบล็อกหนูแนนมากคะ
    ถึงแม้หนูแนนจะกลับมา มุกก็จะอ่านต่อไปนะคะ

    ช่วงนี้หนูแนนก็คงเที่ยวโตเกียวสินะคะ
    สนุกให้เต็มที่เลยคะ เก็บเกี่ยวให้เต็มที่ ด้วยรอยยิ้มและความทรงจำ

    ขอบคุณหนูแนนด้วย สำหรับอะไรดีๆที่ญี่ปุ่น
    จนถึงทุกวันนี้ มุกกุก็สนุกกับบล็อกหนูแนนมากคะ

    แล้วเจอกันที่กรุงเทพนะคะ บิ้ว

    ตอบลบ
  3. T____T
    เศร้ามากเลยแก
    ฉันอยากบอกว่าฉันเข้าใจแกนะ
    อารมณ์ตอนไปแลกเปลี่ยนฉันก็ประมาณนี้แหละ
    ตอนจะกลับ หลายๆอารมณ์ปนกัน
    เศร้า แต่ก็ดีใจ
    อยากกลับ แต่ก็อยากอยู่ต่อ
    ฉันไม่เสียใจ และไม่เสียดายนะ ที่แกไม่อยู่หนึ่งปี
    เพราะว่าหนึ่งปีนี้ ได้ให้อะไรหลายอย่างกับแก
    จะพูดยังไงดีล่ะ
    เอาเป็นว่า ฉันรู้ และแน่ใจว่าแกจะไม่มีวันลืม
    หนึ่งปีที่ญี่ปุ่นนี่เลย
    และเวลาที่แกไม่อยู่
    ก็ทำให้ฉันรู้นะ ว่าไม่มีแก การเรียนที่นี่ก็ไม่เหมือนเดิม
    ถึงแม้เราจะไม่ได้เรียนเทอมสุดท้ายด้วยกัน ไม่ได้จบพร้อมกัน
    มันก็ไม่ได้ทำให้มิตรภาพของเรามันน้อยลงนะ
    โอ้ยฉันน้ำเน่า เม้นยาวชะมัด
    เอาเป็นว่า จะรอกอดแกแรงๆหนึ่งทีละนะ
    ^^

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ16 สิงหาคม 2552, 14:18

    อ่านแล้วซึ้งดี เหมือนฝันเลยเนอะ อะไรอะไรผ่านไปเร็วมาก หนึ่งปีไม่น่าเชื่อเลย ขอบใจมากนะแกที่คอยทำไรอร่อยๆให้กิน คอยรับโทรศัพท์งี่เง่าของชั้น ฮ่าๆ แล้วเจอกันที่แพลตินัม

    แยมเอง
    ปล.ทำไมรูปของชั้นมีแต่ตอนกินวะ ฮือๆ

    ตอบลบ
  5. แอบมีเจ๊ใน entry ด้วย
    ก่อนอื่นขอให้นู๋เเนนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้
    เราก็ได้มีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน ถึงเเม้ไม่นาน เเต่น้องก็เป็นน้องที่น่ารักของพี่เสมอนะจ๊ะ
    อย่างน้อยเเนนก็ได้มีโอกาสเเละประสบการณ์ที่ดีที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ที่น้อยคนจะได้มีโอกาสเเบบนี้ พี่ก็อยากให้เเนนพิจารณาข้อดีเเล้วเอาไปปรับใช้กับตัวเองะ ส่วนอะไรที่ไม่ดีก็มองข้ามไปซะ

    มีปัญหาอะไรหรือต้องการความช่วยเหลือก็บอกได้ตลอด คิดถึงดูเเลตัวเองด้วย

    ตอบลบ
  6. เขียนบล๊อกได้น่าอ่านมั่กๆเรยค่ะ อ่านแร้วเพลินดี ชอบรูปสวยๆที่เอามาลงด้วยค่ะ แล้วจะเข้ามาดูอีกนะค๊า..

    ตอบลบ